บทความที่ได้รับความนิยม

วันจันทร์ที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2555

Nissan Pathfinder สเปค ราคา


Nissan Pathfinder สเปค ราคา
ที่มา ผู้จัดการ
พาร์ธไฟเดอร์ รุ่นที่ผ่านมา คือ ผลผลิตที่มีคอนเซ็ปต์ และแนวคิดในการพัฒนาแบบเดียวกับโตโยต้า ไฮลักซ์ วีโก้ และ ฟอร์จูนเนอร์ คือ เป็นเอสยูวีที่ถูกดัดแปลงบนพื้นฐานเดียวกับปิกอัพ หรือที่ในบ้านเราเรียกว่า พีพีวี


แต่สำหรับรุ่นใหม่ แนวคิดนี้ได้เปลี่ยนไป เมื่อนิสสันเปิดตัว พาร์ธไฟเดอร์ ใหม่ พร้อมกับการพลิกบทบาทจากการเจาะกลุ่มปิกอัพดัดแปลงมาเป็นเอสยูวีระดับครอบครัว พร้อมกับเปลี่ยนพื้นฐานในการพัฒนามาใช้ร่วมกับเก๋งขนาด D-Segment อย่างอัลติมา ซีดาน
   ตรงนี้หมายความว่า พาร์ธไฟเดอร์ใหม่ จะเปลี่ยนจากการพัฒนาบนพื้นฐานของตัวถังวางบนแชสซีส์เหมือนกับปิกอัพมาเป็นการใช้แพลตฟอร์มแบบขับเคลื่อนล้อหน้าร่วมกับรถยนต์นั่ง ตัวถังทรงสวยที่เน้นความสปอร์ตในแบบ 5 ประตู ขณะที่น้ำหนักตัวรถถูกลดลงจากรุ่นเดิมกว่า 200 กิโลกรัม ซึ่งตรงนี้ส่งผลต่อเนื่องไปยังในแง่ของสมรรถนะในการขับเคลื่อน และความประหยัดน้ำมัน โดย นิสสัน บอกว่า พาร์ธไฟเดอร์ใหม่มีความประหยัดน้ำมันมากกว่า 30% เมื่อเปรียบเทียบกับรุ่นเดิม
 ในแง่ของสมรรถนะแม้ว่าจะพัฒนาบนพื้นฐานของเก๋ง และตัวถังเป็นแบบโมโนค็อก แต่ในเรื่องการใช้งานก็ยังเยี่ยมเหมือนเดิม สมารถบุกตะลุยบนเส้นทางวิบากได้เป็นอย่างดี และสามารถลากจูงได้ โดยรองรับน้ำหนักการลากจูงสูงสุด 5000 ปอนด์ หรือ 2,227 กิโลกรัมเลยทีเดียว
ภายในห้องโดยสารรองรับกับการใช้งานได้อย่างอเนกประสงค์ ด้วยเบาะนั่งแบบ 3 แถวที่สามารถเลือกพับได้ตามความต้องการใช้งาน และสามารถเลือกพับได้อย่างสะดวกสบาย เพื่อเพิ่มพื้นที่ใช้สอย หรือการบรรทุกสัมภาระที่มากขึ้น อีกทั้งยังมีการติดตั้งระบบความปลอดภัยครบครันทั้งถุงลมนิรภัยคู่หน้า ด้านข้าง และจุดยึดเบาะนั่งนิรภัยสำหรับเด็ก
     เครื่องยนต์ที่ทำตลาดในตอนนี้มีเพียงแบบเดียว โดยเป็นบล็อก วี6 ที่มีความจุ 3,500 ซีซี 260 แรงม้า และส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติอัตราทดแปรผันต่อเนื่องแบบ Xtronic ส่วนระบบขับเคลื่อนก็มีขายทั้งรุ่นขับเคลื่อนล้อหน้าเพียงอย่างเดียว หรือรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อที่สามารถเลือกล็อกการส่งกำลังได้ในแบบ ALL-MODE 4X4-I ขึ้นอยู่กับความต้องการในการขับเคลื่อนหรือการใช้งาน
การผลิตหลักของพาร์ธไฟเดอร์ใหม่ จะอยู่ที่โรงงานในเมืองสเมียร์น่า มลรัฐเทนเนสซี ประเทศสหรัฐอเมริกา พร้อมลุยตลาดเมืองลุงแซมเป็นแห่งแรกก่อนในช่วงปลายปีนี้ จากนั้นจะขยายแนวรุกออกสู่ตลาดนอกสหรัฐอเมริกาอย่างยุโรปเหมือนกับที่เคยทำในรุ่นที่แล้ว ขณะที่ราคายังไม่เปิดเผยในตอนนี้
อ่านเพิ่มเติมได้ที่ http://www.manager.co.th/Motoring/ViewNews.aspx?NewsID=9550000102891

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น